まとめ

💨💨💨💨💨💨
ต๊อกแต๊ก ต๊อกแต๊ก
และแล้ว
เราก็เดินทางมาถึงบล็อกสุดท้าย
............

สวัสดีค่า

บล็อกนี้ก็จะเป็นบล็อกสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันแล้ว แงงง

ก็ขอมาสรุปสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ทำมาทั้งหมดในการเขียนบล็อกที่ผ่านมานะคะ 😙

เริ่มจาก

ย้อนกลับไปดูที่เป้าหมายของเรา 
เราตั้งไว้ว่าอย่างไร?

1. เพิ่มคลังคำศัพท์ให้กับตัวเอง จริง ๆ เทอมนี้อยากได้สักประมาณ 100 คำ +++ ทั้ง 漢語 / แสลง / ศัพท์น่าสนใจต่าง ๆ ที่ยังไม่เคยเจอมาก่อน รวมไปถึงศัพท์ที่มีความหมายคล้าย ๆ กันก็จะแยกวิธีใช้ที่แตกต่างกันไปด้วย
2. พัฒนาการฟังและการอ่านมากขึ้น !!! ผ่าน สื่อต่าง ๆ เช่น รายการเรียลลิตี้ ข่าว การ์ตูนอะนิเมะ หนัง ฯลฯ

แล้วที่ผ่านมาเราทำอะไรไปบ้าง?


บล็อก
เรื่อง
เนื้อหา
คำศัพท์ที่ได้เพิ่ม (คำ)
1
การแนะนำตัว
4
2
漢語
17
3
คำศัพท์จากห้องเรียน+อนิเมะ
26
4
คำยกย่อง ถ่อมตัว รูปสุภาพ
1
5
คำศัพท์ オノマトペ
18
6
กลวิธีการปฏิเสธของคนญี่ปุ่น
7
7
ことわざ 慣用
30
8
การใช้コロケーショและ やわらかく
5
9
ストーリーテリング
1
10
ภาษาวัยรุ่นญี่ปุ่น
20
11
เปรียบเทียบภาษาวัยรุ่นญี่ปุ่นกับไทย
7


รวม
136

จากเป้าที่วางไว้ตอนแรกก็ถือว่าประสบความสำเร็จทีเดียว 

1. ได้คำศัพท์เพิ่มมา 136 คำ ✅
มีหลากหลายตามที่หวังเลย ทั้ง オノマトペ  สำนวน ศัพท์วัยรุ่น และอื่น ๆ อีกยิบย่อย น้อยบ้างเยอะบ้างคละ ๆ กันไปในแต่ละบล็อก ถือว่าโอเค เพราะตั้งเป้าไว้ 100+ คำ 😂

2. ได้พัฒนาการฟังและอ่านเพิ่มขึ้น พอตั้งเป้าไว้แล้วก็ได้ทำจริง! ✅
การฟัง ได้ฝึกฟังจากการดูและนำมาต่อยอดในการเขียนบล็อกทั้ง อนิเมะ (บล็อกที่ 3) รายการเรียลลิตี้ (บล็อกที่ 5) ซีรีส์ (บล็อกที่ 7) อาจได้ดูได้ฟังไม่มากพอ เพราะไม่ค่อยมีเวลาได้ดูมากเท่าไหร่ แต่ 3 เรื่องก็คิดว่าได้ฝึกมากพอสมควรในระยะเวลา 13 สัปดาห์เท่านี้
การอ่าน ได้ทำการค้นหาและอ่านเอกสาร วิจัย ข้อมูลต่าง ๆ เป็นภาษาญี่ปุ่น เพื่อนำมาอ้างอิงในเนื้อหาแต่ละบล็อก(ทุกบล็อกยกเว้นบล็อกแรก) เยอะมากกก กว่าจะได้แต่ละบล็อกนี่ไม่ง่ายเลย อ่านข้อมูลอย่างต่ำ 2-3 ชิ้นขึ้นไป ได้อ่านจนตาลาย อย่างภาษาวัยรุ่นเนี่ย กว่าจะได้คำจำกัดความ คำแปลแต่ละคำที่พอจะเข้าใจได้ ต้องไปนั่งไล่หาทีละคำเทียบกับที่เขาใช้จริงในสื่อออนไลน์ ตาแตก55555555555

แต่นอกจาเป้าหมายที่ตั้งเองแล้วก็มีสิ่งอื่น ๆ ที่เป็นผลพลอยได้มาด้วยนะ!

สิ่งที่ได้นอกจากเป้าหมายของตัวเอง

1. การสังเกต

หลังจากที่ได้เรียนและทำกิจกรรมรวมถึงเขียนบล็อกในวิชานี้ สิ่งหนึ่งที่ได้มากที่สุดเลยคือ ได้หันกลับมามอง ดู และสังเกตตัวเองมากขึ้น สังเกตการใช้ภาษาของตัวเอง จริง ๆ ก็นับเป็นความท้าทายตัวเองมากทีเดียวเลย เพราะก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้ดูที่ตัวเองใช้ สกิลภาษาจึงไม่ค่อยกระเตื้องสักเท่าไหร่ แต่หลังจากได้รู้ว่าการสังเกตตัวเองก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พัฒนาภาษา ก็สนใจส่วนนี้มากขึ้น ได้รู้ว่า เฮ้ย เรายังไม่แม่นไวยากรณ์เท่าไหร่นะ คำช่วยยังใช้สลับกันเลย

นอกจากสังเกตตัวเองแล้ว วิชานี้ยังทำให้ได้สังเกตการใช้ภาษาของชาวญี่ปุ่นด้วย อาจารย์ได้ยกตัวอย่างงานมามากมาย ทั้งการแต่งเรื่อง การเล่าเรื่อง การแนะนำตัว ฯลฯ ทำให้ได้เห็นรูปประโยคที่เขาใช้ และนำมาปรับกับงานของตัวเองให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

2. การวิเคราะห์

พอได้สังเกตตัวเองแล้วก็ได้มาวิเคราะห์และเลือกใช้ให้ถูกต้อง! วิเคราะห์ว่าเราผิดตรงไหน ไม่แม่นยังไง 
แล้วก็ได้วิเคราะห์ระดับการเรียนรู้ ขั้นตอน ประเมินตนเองได้ว่าอยู่ในขั้นไหน แล้วควรเพิ่มเติมความรู้แบบใด เช่น เรารู้ระดับนึง ก็ควรได้รับความรู้แบบ i+1 และหาความรู้เพิ่มเติมให้ตัวเองได้

หลังจากสังเกตและวิเคราะห์ตัวเองแล้ว ก็ได้เห็นความแตกต่างที่เปลี่ยนแปลงไปของตัวเองมาก คือ พอจะเรียนนอะไรสักอย่างก็จะคิดก่อนแล้วว่า เอ๊ะ นี่เขาจะให้ input ก่อน แล้วตามด้วย output นะ จากนั้นก็จะ Feedback มาให้ ทำให้การเรียนรู้เป็นระบบมากขึ้นเยอะเลย

3. การเขียน

วิชานี้ก็ได้ฝึก output ตามหลักของ Swain อย่างชัดเจนเลย คือได้ฝึกเขียนชิ้นงานเป็นภาษาญี่ปุ่นเยอะมากก ฝึกเขียนความคิดเห็น ฝึกแต่งเรื่อง ทำให้ได้เห็น Gap หรืออุปสรรคที่เรายังทำไม่ได้ดีนัก เช่น ไม่รู้คำศัพท์ และยังไม่แม่นไวยากรณ์ ใช้แบบผิด ๆ ถูก ๆ อยู่บ้าง และก็ได้ค่อย ๆ ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น รู้ว่าธรรมชาติคนญี่ปุ่นจะใช้กันยังไง การเขียนความเห็น ไม่ควรใช้ でしょう เพราะจะดูไม่ค่อยสุภาพ ดูจะต้องเป็น expert ถึงจะใช้ได้

นอกจากนี้ก็ได้ลองนำไปใช้กับเพื่อนคนญี่ปุ่นในโลกออนไลน์ เช่น วิธีการพูดปฏิเสธ ที่ได้เขียนบล็อกไปในครั้งก่อน รู้สึกปลาบปลื้มใจจริง ๆ 

4. การพูด

ได้นำไปใช้พูดในวิชา 会話 ส่วนใหญ่แล้ววิชาสนทนาในเทอมนี้จะเน้นเรื่อง speech กับ present มาก จึงต้องเขียนสคริต์ก่อน ในทุก ๆ ครั้งที่มีโอกาสได้พูดก็พยายามใส่ 漢語 หรือระมัดระวังเรื่อง 表現 ต่าง ๆ ตามที่เรียนในวิชานี้มากขึ้น แถมยังได้นำเนื้อหาในวิชาไปอ้างอิงในการพูดด้วย
แต่นอกจากในวิชา 会話 แล้วก็แทบไม่ได้ใช้เลย เพราะในการที่จะ output ด้วยการพูดก็จะต้องมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เราได้ฝึกใช้ แต่รอบตัวไม่มีคนญี่ปุ่นให้ได้พูดด้วยเลย ตรงนี้จึงยังไม่ค่อยมีโอกาสเลย T-T 

5.ใส่ใจเพื่อน ๆ

เนื่องจากวิชานี้มี task ที่ทำเป็นกลุ่มบ่อย จึงได้สังเกตการใช้ภาษาของเพื่อน ๆ ด้วย อย่างเช่นตอนที่แต่งเรื่องเป็นกลุ่ม ก็ได้ช่วยกันคิดพล็อตเรื่อง ใช้ไวยากรณ์ที่เหมาะสมกับเนื้อหา ได้พัฒนาไปด้วยกัน ช่วยกันแก้ไข ปรับปรุง ปรึกษา แถมยังได้อ่านบล็อกและดูโปรเจ็คของเพื่อน ๆ ทำให้เห็นสิ่งที่สนใจ หมุมมองใหม่ ๆ ด้วย ถึงตัวจะไกล แต่กระชับความสัมพันธ์ผ่านงาน ใช้งานเป็นตัวกลางได้พูดคุยกันมากขึ้น อิอิ

.....................................................................................................

สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า ดีใจที่ได้ลงวิชา App Jp Ling มาก เพราะนอกจากจะได้ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับการเรียนภาษาแล้ว ยังได้ฝึกฝน ทบทวนตัวเอง ท้าทายกับอะไรใหม่ ๆ นำไปปรับใช้ในการสอนพิเศษน้อง(ช่วงก่อนโควิด) ได้เจออาจารย์และพี่ทีเอที่น่ารัก คอยช่วยเหลือทุกอย่าง เป็นวิชาที่รู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้เข้าเรียน บรรยากาศสบาย ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหา ประทับใจมาก ๆ ไม่ผิดหวังที่ได้ลงเลย

จากนี้ก็หวังว่าโควิดจะหายไปเร็ว ๆ จะได้กลับมาเจอทุกคนอีกครั้ง จะได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยน จะได้นำสิ่งที่เรียนไปใช้ในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาญีปุ่นให้มากขึ้นด้วย

ก็ขอลากันไปก่อน

ขอบคุณมากกกกกกกกจริง ๆ ค่ะ💕
รักทุกคนที่เข้ามาอ่านน้า

ความคิดเห็น

  1. ชอบตรงที่สรุปเป็นตารางมากๆเลย ดูแล้วเข้าใจง่าย แถมเห็นได้ชัดเลยว่าได้ทำตามที่ตั้งเป้าหมายไว้จริง แล้วประสบความสำเร็จด้วย เรื่องไปแลกเปลี่ยนก็สู้ๆน้า (อันนี้บอกตัวพี่เองด้วยเหมือนกันT T)

    ตอบลบ
  2. ได้เรียนรู้คำศัพท์ตั้ง 136 คำเหรอคะ สุดยอด!เลย (ใช้วิธีวัดคำศัพท์กี่คำ ทำให้เห็นตัวเลขชัดเลยนะคะ) blog นี้มีเรื่องสนุกๆเสมอเลย ทำให้คนอ่านเพลินไปด้วย พี่ๆน้องๆในวิชานี้(นิสิต)น่ารักจริงค่ะ ทีเอก็น่ารักค่ะ ครูมีความสุขมากได้สอนวิชานี้เทอมนี้อีก!

    ตอบลบ
  3. お疲れ様でした!ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากๆ ปังมากแม่

    ตอบลบ
  4. สรุปอ่านง่ายมากๆ เลยค่ะ จบเทอมนี้ไปคงคิดถึงวิชานี้น่าดูเลยเนอะ
    お疲れ様でした!

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ภาษาวัยโจ๋ EP.1

สำนวนมา พาปัง!

ฉันจะเล่าอะไรให้เธอฟัง