สำนวนมา พาปัง!
งมเข็มในมหาสมุทร
ชักหน้าไม่ถึงหลัง
จับปลาสองมือ
เคยเจอคำเหล่านี้กันอยู่แล้วใช่มั้ย?
แล้วภาษาญี่ปุ่นคืออะไรล่ะ?
•
•
•
กลับมาพบกันเช่นเคยหลังจากหายไป 1 สัปดาห์เพราะสอบมิดเทอม!!!!!
วันนี้เราจะมาพับกบ เอ้ย พบกับ!
สำนวน สุภาษิตภาษาญี่ปุ่นนน
ตามชื่อเรื่อง “สำนวนมา พาปัง” รู้สำนวน รู้จักนำมาใช้ พาให้เราเก่งแบบปัง ปัง ปัง
ก่อนอื่นจะมาเล่าคร่าว ๆ กันก่อน
อาทิตย์ก่อนู้นนได้เรียนวิชา Art Jp Cul Mod เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น
แล้วก็บังเอิญได้เจอคำว่า 油を売る
แล้วก็บังเอิญได้ไปดูซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่อง グッドモーニング・コール Good morning call ก็ใช้ 油売る เหมือนกัน (ฉากที่นางเอกทำงานพิเศษแล้วไปยืนโม้กับเพื่อน)
ก็เลยสนใจขึ้นมาาา
(ซับภาษาญี่ปุ่นจากเรื่อง Good morning call)
ในที่นี้ 油を売る ไม่ได้หมายความว่า “ขายน้ำมัน” ตรง ๆ แต่ มีความหมายว่า เจ๊าะแจ๊ะ คุยสัพเพเหระ อู้งาน มาจากสมัยเอโดะ ที่พ่อค้าขายน้ำมันมักจะคุยสัพเพเหระกับลูกค้าเป็นเวลานาน
เจอแบบนี้ก็ เห้ยย เราจะไปรู้ความหมายที่ซ่อนอยู่ของคำเหล่านี้ได้อย่างไรถ้าไม่เคยเจอมาก่อน
วันนี้เลยจะมาลองพูดถึงสำนวน สุภาษิตเหล่านี้กัน ให้พอรู้คร่าวๆ
ตามลำดับต่อไปนี้!
1. สำนวน สุภาษิต ภาษาญี่ปุ่น
2. ประเภท
3. ตัวอย่างพร้อมความหมาย
4.สรุป
1. สำนวน สุภาษิต
เป็นคำศัพท์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับชีวิตในสมัยนั้น ๆ
แบ่งได้เป็น 2 คำ คือ
1. ことわざ สุภาษิต หรือ proverb
- เป็นคำที่อ่านปุ๊ป ก็จะสามารถจินตนาการภาพ และรู้ความหมายได้
- เป็นคำที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ ใช้ต่อกันมาตั้งแต่อดีต แฝงคำสอน สำนึก คำวิจารณ์สังคมเข้าไปด้วย เรียกได้ว่าสอดแทรกแนวคิดของคนดั้งเดิมไว้ด้วย
เช่น さるも木から落ちる ลิงก็ตกจากต้นไม้ = แม้ว่าจะเป็นคนเก่งหรือมีชื่อเสียงก็ล้มเหลวได้เช่นกัน
2. 慣用句 (かんようく) สำนวน หรือ phrase
- เป็นประโยคที่ไม่สมบูรณ์ คำหรือวลี 2 คำขึ้นไปมารวมกัน และมีความหมายเฉพาะตัว
- ทำให้ประโยคที่ยาว ๆ เป็นรูปที่สั้นลง
- เป็นคำที่จะใช้บ่อยในประโยคหรือบทสนทนา
เช่น 徒となる (あだとなる) = เปล่าประโยชน์ (สิ่งที่พยายามทำมาสูญเปล่า) มักจะใช้เป็น 徒となってしまった。
2. ประเภท
ประเภทของ ことわざ หรือ สุภาษิต มี 3 ประเภท คือ
1. สุภาษิตแบบวิพากษ์วิจารณ์
เป็นคำที่ค่อนข้างรุนแรง เสียดสี ใช้เป็นเครื่องมือเวลาทะเลาะกัน เป็นคำในเชิงลบ
เช่น 馬鹿の一つ覚え คนรู้น้อยมักจะทำซ้ำ เป็นการเสียดสีว่า จำได้อยู่แค่เรื่องเดียว แต่ทำเป็นเก่งกับทุก ๆ เรื่อง
2. สุภาษิตแบบให้คำสอน
ใช้เป็นเครื่องมือในการสอนหลักเหตุผล คำสอนต่าง ๆ
เช่น 無い袖は振れぬ ไม่สามารถสั่นแขนที่ไม่มีได้ หมายถึง เราไม่สามารถใช้หรือให้ในสิ่งที่เราไม่มีได้ (อาจตีความได้ว่าให้พอใจในสิ่งที่ตนมี)
3. สุภาษิตแบบบันเทิง
เป็นสำนวนหยอกเล่น ขี้เล่น
เช่น 月とすっぽん (ดวงจันทร์กับตะพาบน้ำ) = ต่างกับราวฟ้ากับดิน (ทั้งดวงจันทร์และตะพาบต่างมีส่วนกลมเหมือนกันแต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง)
ประเภทของ 慣用句 หรือ สำนวน
แบ่งคร่าว ๆ ได้ 2 ประเภท
1. เปรียบตรง หรือเติมการอุปมา (เปรียบเทียบ) ได้
ใช้คำพวก よう / 思い / ばかり ต่อท้ายเพื่อเปรียบสิ่งหนึ่งในเชิงอุปมา
เช่น 大船に乗ったよう แปลว่า มั่นใจ อุ่นใจ เบาใจ (มาจาก 大船に乗る ที่เป็นการอุปมาสำหรับการได้รับรากฐานที่เชื่อถือได้ ปลอดภัย) เป็นการเปรียบว่าเหมือนได้ขึ้นเรือใหญ่แล้ว = อุ่นใจ
地獄で仏に会ったよう (เหมือนได้เจอพระพุทธเจ้าในนรก) เป็นการอุปมาถึงความดีใจที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างไม่ได้คาดคิดในตอนที่ตกระกำลำบาก นับเป็นการสอดแทรกความเชื่อทางศาสนาอีกด้วย
2. เปรียบซ่อน (ใช้คำอุปมา)
เป็นคำที่มีความหมายแตกต่างจากความหมายเดิม เป็นคำอุปมาที่มีความหมายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เช่น 肩を持つ (かたをもつ) ความหมาย : สนับสนุน
ถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่าถือไหล่ แต่ความหมายตรงตัวจะไม่ปรากฎเลย
手を焼く (てをやく) ความหมาย : ตกที่นั่งลำบาก
จะเห็นได้ว่าไม่มีความหมายตรง ๆ ที่เกี่ยวกับคำว่า 手 มือ หรือ 焼く ย่าง เลยเช่นกัน
3. ตัวอย่าง
คัดตัวอย่างที่ใช้บ่อยและควรรู้ไว้มาทั้งหมด 20 คำ
สุภาษิต 10 คำ
1. 雨降っても地固まる (ฝนตกแผ่นดินแข็ง)
ความหมาย : หลังจากเหตุการณ์ร้าย ๆ ซึ่งเปรียบกับฝน รากฐานก็จะแข็งแรงยิ่งขึ้น
2. 馬の耳に念仏 (เทศน์กรอกหูม้า)
ความหมาย : สีซอให้ควายฟัง พูดในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่เห็นคุณค่า (อาจหมายถึงคนที่ไม่ยอมฟังสิ่งที่ผู้อื่นพูดซึ่งเป็นประโยชน์ก็ได้)
3. 残り物に福がある (ของที่เหลือมีโชค)
ความหมาย : ของที่เหลือจากการแย่งยิงของผู้อื่นอาจมีประโยชน์กว่าที่คิด (สอนให้พอใจในสิ่งที่มี หรือไม่ให้ไปแก่งแย่งชิงดีกับผู้อื่น อาจใช้เมื่อให้กำลังใจผู้ที่อยู่คิวหลัง ๆ)
4. 鉄は熱いうちに打て (จงตีเหล็กในขณะที่ยังร้อน)
ความหมาย : ทุกอย่างมีจังหวะที่เหมาะสมของมัน จงอย่าพลาดโอกาสนั้นไป
5.時は金なり (เวลาคือทอง)
ความหมาย : เวลาก็มีค่าเหมือนเงินทอง ใช้ให้คุ้มค่า
6. 雀の涙 (น้ำตานกกระจอก)
ความหมาย : สิ่งที่มีน้อยมาก ๆ หรือเรื่องที่เล็กน้อยมาก ๆ
7. 花より団子 (ดังโงะดีกว่าดอกไม้)
ความหมาย : เลือกอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันดีกว่าสิ่งที่เป็นนามธรรม
(มาจากเทศกาลชมดอกไม้ที่จะมีดังโงะ ให้เลือกกินดังโงะดีกว่า อาจเป็นการเสียดสีคนที่ไม่เห็นคุณค่าความสุนทรีย์ก็ได้)
8. 蝦で鯛を釣る (ตกปลากระพงด้วยกุ้งฝอย)
ความหมาย : ลงทุนเพียงเล็กน้อยแต่ได้ผลมาก (มีความเชื่อว่าปลากระพงเป็นปลาที่มีสิริมงคลมากกว่าปลาชนิดอื่น)
9. 目には目歯には歯 (ตาต่อตาฟันต่อฟัน)
ความหมาย : (เหมือนภาษาไทย) การแก้แค้นที่ใช้วิธีเดียวกับฝ่ายตรงข้าม
10. 出る杭は打たれる (ตะปูที่ยื่นออกมาจะถูกตอก)
ความหมาย : คนที่โดดเด่นจากผู้อื่นจะถูกอิจฉา กลั่นแกล้ง หรือ หากทำอะไรเกินหน้าเกินตาก็จะถูกสังคมรังเกียจ เป็นการแฝงความคิดของคนในสังคมญี่ปุ่นที่ไม่ให้ทำอะไรโดดเด่นจากผู้อื่น
สำนวน 10 คำ
1. 揚げ足を取る (あげあしをとる)
= จับผิด (แฝงความเสียดสีในคำพูดของอีกฝ่าย)
เช่น A : 今回の作品はいくらか出来が悪くなってしまったよ。ผลงานครั้งนี้ค่อนข้างแย่เลย
B : 今回だけでなくいつも出来が悪いけどね。ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ ก็แย่ตลอดหนิ
A : そんな揚げ足を取るようなことを言わないでよ!อย่าพูดจับผิดกันแบบนี้สิ
2. 馬が合う
= เข้ากันได้เป็นอย่างดี
เช่น 自分は年上の男性の方が馬が合うと気づいた。รู้สึกว่าตัวเองจะเข้าได้ดีกับผู้ชายที่อายุมากกว่า
3. 兜を脱ぐ (かぶとをぬぐ)
= ยกธงขาว ยอมแพ้
เช่น この問題とけるかな?僕は難しすぎて兜を脱いだよ。แก้ปัญหานี้ได้มั้ย? ผมว่ามันยากเกิน ยอมแพ้แล้ว
4. 口が酸っぱくなる
= พูดเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมา พูดจนปากเปียกปากแฉะ
เช่น 宿題をしてから遊びに行くよう口が酸っぱくなるまでいっておいたのに、やらずに遊びに行った。ทั้ง ๆ ที่พูดจนปากเปียกปากแฉะแล้วว่าให้ทำการบ้านก่อนค่อยไปเล่น ก็ไปเล่นโดยไม่ทำ!
5. 根も葉もない
= ไม่มีมูลความจริง
เช่น 彼がいつも言っていることは本当のように聞こえるけれど、すべて根も葉もない。สิ่งที่เขาพูดฟังดูเหมือนจะจริงนะ แต่ไม่มีความจริงเลยทั้งหมด
6. 喉から手が出る
= อยากได้จนทนไม่ไหว
เช่น 喉から手が出るほど欲しいんだけど、それはちょっと高すぎるなぁ。อยากได้มากไม่ไหวแล้ว(จนมือแทบจะออกมาจากคออยู่แล้ว) แต่มันแพงไปหน่อยนะ
7. 耳にたこができる
= ได้ยินเรื่องเดิม ๆ ซ้ำจนเกลียด
เช่น 毎日毎日同じ事ばかり聞かされて耳にたこができる。ได้ยินแต่เรื่องเดิม ๆ ซ้ำกันทุกวันๆ มันน่าเบื่อ
8. 腹が黒い
= เจ้าเล่ห์ ใจร้ายใจดำ คิดแต่เรื่องไม่ดีในใจ
เช่น 一見やさしそうに見えて、実は腹が黒い人がいるから注意しないといけない。
9. 目を三角にする
= โกรธอย่างรุนแรง ใช้สายตาที่น่ากลัว (โกรธตาเขียวปั๊ด)
เช่น 母親が目を三角にして妹をしかっていた。แม่ดุน้องสาวตาเขียวปั๊ด
10. 指をくわえる
= อยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไร, อิจฉาแต่ทำอะไรไม่ได้
เช่น お金持ちに、さらに富が集結するのを指をくわえてみているつもりなのか。คิดจะอยู่เฉย ๆ แล้วอิจฉาคนรวยที่เค้ามั่งคั่งขึ้นอย่างนั้นหรอ
4. สรุป
นอกจากคำนาม กริยา คำคุณศัพท์ต่าง ๆ ทั่วไปแล้ว ถ้าเรามีคลังคำศัพท์ที่เป็นสำนวนหรือสุภาษิตด้วยก็จะทำให้ยิ่งดูเก่งขึ้นไปได้อีกขั้น เป็นธรรมชาติมากขึ้น มีศิลปะในการพูดมากขึ้นอีกด้วย
การเรียนรู้คำศัพท์พวกสำนวนหรือสุภาษิตนอกจากจะทำให้รู้ความหมายและมีคลังคำศัพท์เพิ่มขึ้นแล้ว เรายังสามารถเรียนรู้วัฒนธรรม ความคิด ขนบธรรมเนียมประเพณีได้ เพราะคำเหล่านี้จะสอดแทรกวิถีชีวิตความเป็นอยู่ไว้นั่นเอง ^0^
หวังว่าจะได้อะไรเพิ่มขึ้นบ้างนะคะ
รู้จักสำนวนกันมากขึ้นมั้ย
แล้วเจอกันใหม่บล็อกหน้า
จะเป็นอะไรนั้น
ติดตามตอนต่อไป
สำหรับวันนี้
สวัสดีค่า
อ้างอิง




慣用句は世界のほぼ全ての言語で「身体」を使ったものが圧倒的に多いですが、意味が全く異なることもしばしばです。慣用句はただの言い換え (paraphrase) 表現でけではなく、その言語の文化的な背景や、物の認知 (cognition) の方法にも関係してくるからです。ぜひタイ語の慣用句とも比較してみて下さい(僕が知りたい 555)
ตอบลบそうですね! ありがとうございます。ไว้มีโอกาสจะลองเปรียบเทียบกับภาษาไทยดูนะคะ
ลบน่าสนใจมากเลย ได้เรียนรู้สำนวนใหม่ๆด้วย แต่สังเกตว่าจะมีบางสำนวนที่เหมือนของไทย เช่น ตาต่อตาฟันต่อฟัน ซึ่งก็มีในภาษาต่างประเทศด้วย การแพร่หลายของสำนวนเหล่านี้จึงน่าศึกษามาก
ตอบลบจริงค่ะ อยากลองศึกษาภาษาอื่น ๆ ต่อไปด้วยเลย
ลบมันมีแบ่งประเภทเป็นแบบนี้ด้วยหรอเนี่ย 知らなかった🥺 ชอบที่ยกตัวอย่างแต่ละสำนวน/สุภาษิต เห็นภาพขึ้นมากเลยค่ะ
ตอบลบใช่แล้วค่ะ แบ่งประเภทรู้สึกว่าสังเกตได้ง่ายขึ้นนะคะ 5555 ขอบคุณที่ชอบนะคะ
ลบได้ความรู้มากเลยค่ะครูพี่ชนนี่ มีสำนวนหลายอย่างเลยที่ความหมายตรงกับของทย เพียงแต่เปลี่ยนสิ่งไปตามสภาพแวดล้อมของสังคมเท่านั้นเอง เป็นประโยชน์มากๆค่ะ
ตอบลบขอบคุณมากเลยค่ะ สำนวนแต่ละภาษาก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนถึงสังคมได้ดีเลย
ลบแบ่งปันให้กลุ่มนิตยสารด่วนเลยค่ะ จริงๆใช้สำนวน สุภาษิต คำพังเพย ก็ทำให้ดูฉลาดได้เนอะ...เก็บไว้ใช้ปีต่อไปได้...
ตอบลบใช่แล้วค่ะ อยากให้น้อง ๆ ได้รู้จักกันนะคะ มีใช้กันเยอะเหมือนกัน ดูฉลาดด้วยค่ะ
ลบ